ชัยชนะ 500 ครั้งเคียงคู่ฮอนด้า

คาสตรอลเคียงคู่ฮอนด้า ชนะเลิศการแข่งขันชิงแชมป์โลกถึง 500 ครั้ง

INTRODUCTION

เมื่อคีแนน โซฟูโอกลู (Kenan Sofuoglu) ส่องประกายเจิดจ้าโดยเข้าเส้นชัยที่สนามแข่งรถวาเลนเซีย ริคาร์โด้ (Valencia’s Ricardo Tormo Circuit) โดยชนะรอบที่ 4 ของรายการชิงแชปม์ซุปเปอร์สปอร์ตระดับโลก (World Supersport Championship) ปี พ.ศ.2550 เขาทำประวัติศาสตร์ได้มากกว่า 1 เรื่องราว
นอกจากการเป็นผู้ขับขี่ชาวตุรกีหนุ่มที่ได้ชนะเวิล์ด ซุปเปอร์สปอร์ต เป็นครั้งแรกที่สนามแข่งรถวาเลนเซีย ยังเป็นชัยชนะครั้งที่ 500 ของทีมแข่งฮอนด้าที่ร่วมมือกับคาสตรอล ซึ่งความสำเร็จที่โดดเด่นนี้ เกิดขึ้นในช่วงหกทศวรรษของความร่วมมือระหว่าง คาสตรอลและฮอนด้าในการจัดแข่งมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก

สถิติของฮอนด้าและคาสตรอลซึ่งจับมือกันประสบความสำเร็จในการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ได้ถึงครั้งที่ 500 อันเป็นชัยชนะของ โซฟูโอกลู คือ:
การแข่งขันกรังปรีซ์ ( Grand Prix) / ชิงแชมป์มอเตอร์ จีพี (MotoGP) และชิงแชมป์โลก
การแข่งขันซุปเปอร์ไบค์ระดับโลกชนะการแข่งขันและชิงแชมป์โลก
การแข่งขันซุปเปอร์สปอร์ตระดับโลกชนะการแข่งขันและชิงแชมป์โลก
รายการชิงแชมป์การทดลองระดับโลก (World Trials) และชิงแชมป์โลก
การแข่งขันรายการเวิลด์ มอเตอร์ครอสและชิงแชมป์โลก
รวมทั้งสิ้น
260
84
53
86
17
500

1950

2502 – 2510 (1959 – 1967)

เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี 2502 เมื่อฮอนด้าเข้าร่วมการแข่งขันที่ไอเซิล ออฟ แมน TT (Isle of Man TT) ต้องการพันธมิตรที่เชื่อถือได้เพื่อให้บริการน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ที่แต่งเพื่อการแข่งโดยเฉพาะ กาคาสตรอลพันธมิตตอันดับหนึ่งสำหรับพวกเขา และเมื่อคาสตรอลได้รับจดหมายเชื้อเชิญจากฮอนด้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน 

1960

สองปีต่อมา เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2504 ที่สนามข่งรถสวนมองท์จุยค์ (Montjuich Park circuit) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน  ทอม ฟิลลิส (Tom Phillis)  ใช้น้ำมันหล่อลื่นคาสตรอล R30 ขับรถฮอนด้า 125 คว้าชัยชนะเป็นครั้งแรก โดยไม่มีทางรู้เลยว่าชัยชนะ 500 ครั้งต่อมา ในปี พ.ศ.2550 มอเตอร์ไซค์จากฮอนด้า พร้อมน้ำมันหล่อลื่น
คาสตรอลรุ่นล่าสุด คาสตรอง พาวเวอร์1 (Castrol Power1) จะยังคงคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องในการเป็นผู้นำของ World Supperbike และ World Supersport Championships ฟิลลิสชนะการแข่งขันอื่นๆ อีก 3 รายการในปี พ.ศ. 2504 ซึ่งทำให้เขาได้รับชัยชนะถึง 125 รายการในฤดูกาลนั้น
ในปีต่อมาได้ฉลองแชมป์ติดต่อกันหลายรายการ คาสตรอลกับฮอนด้าได้รับชัยชนะในการแข่งขันชิงแชมป์โลก 125s กับลูไอกิ ทาเวรี่ (Luigi Taveri) พร้อมด้วย 250s และ 350s กับจิม เรดแมน (Jim Redman) กับการชนะการแข่งขันทั้งสิ้นถึง 25 ครั้ง ในปีพ.ศ.2505 เป็นหนึ่งในความสำเร็จสูงสุดในการแข่งขันสำหรับฮอนด้าและคาสตรอล
พ.ศ.2506 ได้อีกสองแชมป์โลกสำหรับเรดแมนใน 250s และ 350s ขณะที่ ทาเวรี่ได้รับแชมป์จาก 50s และ 125s ซึ่งได้รับมันในปี พ.ศ. 2507เขาจะเปลี่ยนเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ในโลก 125 ซีซีเพื่อชิงแชมป์ เรดแมนได้รับชัยชนะกับ 350 ในปี พ.ศ. 2507 และ พ.ศ.2508 ทำให้เขา ได้แชมป์โลกติดต่อกันถึง 4 ครั้งในรุ่นเดียวกัน – ตามหลังเพียง ไมค์ ดูฮาน (Mick Doohan) และวาเลนติโน รอสซี่ (Valentino Rossi)
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เรดแมนตัดสินใจว่าในปีพ.ศ.2509 จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาและเขาจะพยายามชิ่งแชมป์ 500cc เมื่อเรดแมนเลิก ไมค์ ฮิลวูด (Mike Hailwood) รับหน้าที่ต่อและเป็นแชมป์ทันทีในปี พ.ศ.2509 และพ.ศ.2510 ด้วยฮอนด้า 250และ ฮอนด้า 350 แน่นอนว่าคาสตรอลสนับสนุนการทำงานของฮอนด้าทีมอย่างต่อเนื่อง ด้วยคาสตรอล 'อาร์' (Castrol ‘R’) และด้วยน้ำมันเครื่องรุ่นนี้เองที่ ลูไอกิ ทาเวรี่ใช้จนได้รับแชมป์โลก 125 cc ในปี พ.ศ. 2509 

พ.ศ.2510 ฮอนด้าถอนตัวจากการแข่งรถมอเตอร์ไซต์  หลังจากประสบความสำเร็จร่วมกัน ในการคว้าแชมป์ถึง 131 รายการ ซึ่งชนะถึง 15 รายการใน 10 ปีแรกของความร่วมมือในการแข่งขันเคียงคู่กับคาสตรอล ทั้ง 2 บริษัทได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาไม่เป็นรองใคร

1980

2525 – 2531 (1982 – 1988)

เมื่อฮอนด้าเริ่มแข่งขันรถจักรยานยนต์อีกครั้งในปี พ.ศ.2525 ความร่วมมือกับคาสตรอลก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง และเห็นผลในทันที

ในการกลับมาครั้งนี้ พร้อมรุ่น 500GP ใหม่ เช่นเดียวกับความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นกับการแข่งขันชิงแชมป์ออฟโรด (off road championships) ฮานด้าและคาสตรอลกลายเป็นแชมป์โลกกับเอ็ดดี้ เลอเจิน (Eddy Lejeune) อีกครั้งซึ่งชนะรายการชิงแชมป์การทดลองระดับโลก เลอเจินได้รับชัยชนะถึง 8 ครั้งในปีพ.ศ. 2525 และอีก 8 ครั้งในปีพ.ศ.2526 อันทำใก้เขามีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลก ฮอนด้าของเลอเจินใช้น้ำมันเครื่องที่มีการพัฒนาเป็นพิเศษจากน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% คาสตรอล 'TTS' ในเครื่องยนต์ พิสูจน์แล้วว่าเป็นพลังที่จะเอาชนะแบบแฮตทริคในการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปีพ.ศ.2527 ที่ผ่านมา
และในขณะที่เลอเจิน ครองเวทีการทดลองระดับโลก อังเดร มันเฮิร์บ (Andre Malherbe) และเดฟ โทรพ (Dave Thorpe) ก็กำลังเพลิดเพลินในสถานะของซุปเปอร์สตาร์ในโลกโมโตครอส (Moto Cross) ทั้งคู่ชนะการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปีพ.ศ.2527และ 2528 ตามลำดับ 

กลับมาสู่การแข่งขันบนพื้นเรียบ มีบุคคลที่กำลังสร้างตำนานของเขาเอง ซึ่งในเวลาต่อมาชื่อของเค้ากลายเป็น  ชื่อเรียกแทนฮอนด้าและคาสตรอล...เค้าคือ ฟาสต์ เฟรดดี้ สเปนเซอร์...(Fast Freddie Spence) นั่นเอง

ตั้งแต่ จิม เรดแมน ยังไม่มีนักแข่งคนไหนประสบความสำเร็จใจการแข่งชิงแชมป์โลกถึง 2 รายการภายใน 1 ปี สเปนเซอร์ ทำได้ในปี พ.ศ.2527 ซึ่งเค้าได้คว้าชัยชนะครั้งที่ 500 ไปแล้วในปี พ.ศ.2526 กับการชนะการแข่งขันแบบเฉพาะบุคคลถึง 6 ครั้ง เขาใช้ 250 และ 500 ในการแข่งขันชิงแชมป์ในปีพ.ศ. 2528 และกวาดรางวัลชนะเลิศทั้งสองรายการ

มีเพียงเพื่อนร่วมทีมของเขา โทนี่ มาง (Toni Mang ) ที่จบใกล้กับเขาในการแข่งขันชิงแชมป์ 250 ในขณะที่สเปนเซอร์กับคาสตรอล ‘A747’ (Castrol ‘A747’) กับฮอนด้าของเขาใครก็หยุดเค้าไม่อยู่ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก 500cc 
ถ้ามันไม่ใช่สเปนเซอร์แล้วล่ะก็ แน่นอนว่าโทนี่ มาง อาจได้เป็นขวัญใจของแฟนๆ เขาชนะการแข่งขันชิงแชมป์ 250 ในปีพ.ศ.2530 หลังจากที่แสดงฝีมือได้โดดเด่นทั้งฤดูกาล

สเปนเซอร์เป็นแชมป์โลกของฮอนด้า กรังปรีซ์คนสุดท้ายที่แข่งด้วยคาสตรอล หลังจากที่พันธมิตร ระหว่างฮอนด้าและคาสตรอล เริ่มหันไปให้ความสนใจกับการแข่งขันรายการอื่นๆ 

2531 – 2550 (1988 - 2007)

การแข่งขันซุปเปอร์ไบค์และซุปเปอร์สปอร์ตเป็นการแข่งขันระดับโลกที่ยิ่งใหญ่เกินจะมองข้ามไปได้  ด้วยประเภทรถที่ไม่ได้แพงกว่ารถมอเตอร์ไซค์บนท้องถนนมากนัก และน้ำมันที่ใช้สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาดในปีถัดมา เป็นโอกาสทางการตลาดที่ทั้ง ฮอนด้า และ คาสตรอล ไม่ได้ปล่อยให้หลุดมือไป ส่งผลให้ทั้งคู่กลายเป็นผู้ชนะอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

พ.ศ.2531และ 2532 ได้เห็นเฟรด เมอร์เคล (Fred Merkel) บนฮอนด้า RC30 ของเขาได้ครองตำแหน่งแชมป์ของซุปเปอร์ไบค์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง มันเป็นจุดเริ่มต้นของการชนะแชมป์โลก 5 ครั้งใน 14 ปีต่อมา เมอร์เคลผู้ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันมาเป็นเวลา 3 ปี เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของฮอนด้ากับคาสตรอลในช่วงต่อมา

2000

ทีมคาสตรอล ฮอนด้าซุปเปอร์ไบค์ระดับโลกภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของนีล ทักซ์เวิร์ธ (Neil Tuxworth) เป็นช่วงเวลาที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์การแข่งรถของทั้งสองบริษัท

ครั้งแรกกับการแข่งขันที่น่าประทับใจของ V4 ฮอนด้า (V4 Honda RC45) และอีกครั้งกับ SP1 V-twin และเครื่องยนต์ SP2 ที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงกว่าที่เคยมีมาก่อน ท้าทายคาสตรอลให้พัฒนาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ที่ลดแรงเสียดทาน ต่อมาจะกลายเป็นคาสตรอล 'R4' (Castrol ‘R4’)  มันเป็นน้ำมันเครื่องรุ่นนี้เอง ที่ช่วยให้โคลิน เอ็ดเวิร์ดส์(Colin Edwards) ได้เข้าชิงแชมป์ซุปเปอร์ไบค์ระดับโลกรายการที่ 2 ของเขาในปีพ.ศ.2547 และเป็นรอบการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่น่าจดจำมากที่สุดของการแข่งขันชิงแชมป์ที่สนามแข่งรถอัลโมล่า (Imola circuit)

ในรุ่น 250 การแข่งรถกรังปรีซ์ของฮอนด้าและคาสตรอล ชนะการแข่งขันอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 1990 ชนะครั้งแรกโดยลูก้า คาดาโลร่า (Luca Cadalora) แล้วตามมาด้วยแม็กซ์ เบิกกี้ (Max Biaggi) คาดาโลร่าชนะการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2 รายการในการแข่งขันอินวินซิเบิ้ล ฮอนด้าNSR250 (invincible Honda NSR250) ในปีพ.ศ.2534และ 2535 แม็กซ์ เบิกกี้ (Max Biaggi) ตามด้วยการชนะครั้งที่ 250 ของเขาในปี พ.ศ. 2540 
พร้อมกับการเริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ ฮอนด้าได้กลับไปแข่งขันชิงแชมป์การทดลองระดับโลกกับโดกี้ แลมป์กิ้น(Dougie Lampkin) แลมป์กิ้นเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีชื่อเสียงครองตำแหน่งชนะเลิศในปีพ.ศ.2543และ 2544 กวาดรางวัลทั้งระดับโลก และ การชิงแชมป์การทดลองแถวหน้าในปีพ.ศ.2545

เรื่องราวที่ฮอนด้าและคาสตรอลประสบความสำเร็จล่าสุดมาจากฮอลแลนด์และฮานน์สปรี เท็น เคม ฮอนด้าทีม (HANNSpree Ten Kate Honda team) เท็น เคท ชนะติดต่อกัน 6 ครั้งจากการชิงชัยระดับโลกของซุปเปอร์สปอร์ตและการชิงชัยในการแข่งรถกว่า 40 รายการ ร่วมกับฟาเบียน ฟอเร็ท (Fabien Foret), คริส เวอร์มัวเล็น (Chris Vermeulen), คาร์ล มักเกอร์ริดจ์ (Karl Muggeridge) และ เซบาสเตียน ชาร์ปเป็นเทียร์ (สองครั้ง) – Sebastian Charpentier (twice) และตอนนี้กับคีแนน โซฟูโอกลู (Kenan Sofuoglu) ในปีพ.ศ.2550 และคีแนนเป็นผู้ที่ได้รับการบันทึกว่าสมารถชนะครั้งที่ 500 ได้โดยมีชัยชนะในวาเลนเซีย 

ซึ่งนั่นก็คือเรื่องราวของชัยชนะในโลกของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าที่เคียงคู่กับคาสตรอล เรื่องราวซึ่งสะสมมาตลอด 6 ทศวรรษและมีผู้ขับขี่ในตำนานหลายคนจากหลากหลายแง่มุมที่แตกต่างกันของการเข้าร่วมกีฬามอเตอร์ไซค์นี้ ความสำเร็จที่เกิดจากความเชี่ยวชาญในการอุทิศตนและเหนือสิ่งอื่นใดความมุ่งมั่น ในส่วนของฮอนด้าและคาสตรอล เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งในระดับบุคคลและระดับบริษัท คิดถึงรถมอเตอร์ไซค์ – คิดถึงฮอนด้า คิดถึงน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ – คิดถึงคาสตรอล