การบำรุงรักษาเครื่องยนต์

การเลือกใช้น้ำมันที่เหมาะสม เป็นส่วนสำคัญต่อการทำงานสูงสุดของเครื่องยนต์

พิสูจน์...  รถยนต์คุณรู้ถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่แตกต่าง ถ้าคุณคิดว่า น้ำมันเครื่องทุกยี่ห้อเหมือนกัน เรียนรู้ผลิตภัณ์หล่อลื่น และการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ด้วย คาสตรอล เอจ 

น้ำมันเครื่อง ทำงานอย่างไร?

- ทำหน้าที่เป็นน้ำมันหล่อลื่น ช่วยลดการเสียดสีและการสึกหรอที่เกิดขึ้นขณะเครื่องยนต์ทำงาน เช่น ลดการเสียดสีระหว่างกระบอกสูบและแหวนลูกสูบหรือระหว่างสันของเพลาลูกเบี้ยวและกลไกกดลิ้น
- 	ทำหน้าที่ระบายความร้อน โดยจะดูดซับและส่งผ่านความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ในห้องเผาไหม้ และบริเวณด้านบนหัวลูกสูบ ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์และป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด
- ทำหน้าที่รักษากำลังอัด ระหว่างแหวนลูกสูบและผนังกระบอกสูบ เพื่อป้องกันแรงดันที่เกิดจากการเผาไหม้ รั่วไหล
- ทำหน้าที่ชะล้างทำความสะอาด ป้องกันของเสียหายที่เกิดจากสิ่งตกค้างจากการเผาไหม้ และสิ่งเจือปนที่เกาะติดภายในเครื่องยนต์ ช่วยรักษาเครื่องยนต์ให้สะอาด
- ทำหน้าที่เป็นสารป้องกันสนิม ทำให้กรดที่เกิดจากการเผาไหม้มีค่าเป็นกลาง เพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อน

พิจารณาคู่มือรถยนต์ และ ฉลากด้านหลังแกลอน ที่ซึ่งแนะนำน้ำมันที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ โดยผู้ผลิตยานยนต์ 

คาสตรอล เอจ แตกต่างจากน้ำมันเครื่องทั่วไป ?

คาสตรอล เอจ ด้วยเทคโนโลยี Titanium Fluid Strength Technology™  เพิ่มความแข็งแกร่งฟิล์มน้ำมันเป็นสองเท่า ป้องกันฟิล์มน้ำมันชำรุด ลดการเสียดสีของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำงาน

รู้ได้อย่างไรว่า ผู้ผลิตยานยนต์ใด แนะนำและเลือกใช้?

ในคู่มือรถยนต์ของคุณ บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ จะเป็นผู้ระบุน้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์

การกำหนดค่ามาตรฐานของ API (สถาบันการปิโตเลี่ยมแห่งอเมริกา) เป็นการกำหนดค่ามาตรฐานของอเมริกา ซึ่งใช้อักษร 2 ตัวเพื่อบ่งบอกระดับความสามารถของน้ำมันเครื่องและปีที่ผลิตของรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้เช่นเดียวกันกับ มาตรฐาน ACEA (European Automobile Manufacturers Association)  ซึ่งเป็นระบบการแบ่งเกรด ของยุโรปเพื่อจำแนกคุณภาพและสมรรถนะของน้ำมันเครื่อน้ำมันเครื่องชนิดนั้น ๆ  โดยทั้ง 2 สถาบันจะทำการอัฟเดทข้อมูลเป็นระยะ ตามการเปลี่ยนแปลงของสมรรถนะ และรุ่นรถยนต์ หรือ เครื่องยนต์

อาทิเช่น มาตรฐานที่ปัจจุบันสูงสุด คือ API SM ประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2547 ถ้าคู่มือรถกำหนดให้ใช้มาตรฐาน API SJ หรือ SL มาตรฐาน API SM สามารถใช้ทดแทนได้ เพราะมีคุณสมบัติที่ดีกว่า

ผู้ผลิตยานยนต์บางราย ต้องการน้ำมันประสิทธิภาพสูง เพื่อขีดสุดการทำงานของเครื่องยนต์ เหนือข้อจำกัด ดังนั้น เพื่อสมรรถนะเครื่องยนต์สูงสุดตลอดการใช้งาน แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มือรถยนต์ของท่าน

เลือกผลิตภัณฑ์ คาสตรอล เอจ?

คาสตรอล เอจ ได้รับการแนะนำ และเลือกใช้ โดยผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ที่สำคัญรถยนต์หลายรุ่น หล่อลื่น ด้วย คาสตรอล เอจ ตั้งแต่ผลิตจากโรงงาน ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง คาสตรอล เอจ ที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์ของคุณ จากข้อมูลเพิ่มเติมบนฉลากด้านหลังบรรจุภัณฑ์

Why do I need to change the oil?

Oil is constantly battling against the stresses inside the engine. These can be thermal, at the hottest parts of the engine; chemical in resisting the acids, particulates and water that are made during combustion; or physical, in resisting the tremendous forces and speeds in modern engines.

Each manufacturer balances these stresses against the quality of oil they recommend, and advises an appropriate oil drain interval to give the right protection and performance.  The manufacturer’s drain interval can be found in your vehicle handbook. Some modern cars will also indicate when an oil change is due on the instrument cluster.

When the oil is changed, it is prudent to change the filter at the same time. The oil filter collects all the dirt and combustion by-products which the oil catches on its journey around the engine.  Fitting a fresh filter with new oil will keep your engine in the best condition for maximum performance.

คาสตรอล เอจ ทำงานอย่างไร?

คาสตรอล เอจ ให้สมรรถนะเครื่องยนต์ เหนือมาตรฐานอุตสาหกรรม และได้รับการแนะนำ และเลือกใช้ โดยผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ทั้งนี้คาสตรอล เอจ ด้วยเทคโนโลยี Titanium Fluid Strength Technology™ เพิ่มความแข็งแกร่งฟิล์มน้ำมันเป็นสองเท่า ป้องกันฟิล์มน้ำมันชำรุด ลดการเสียดสีของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำงาน

Should I check the oil level?

Different cars have different appetites for oil consumption, but one thing is certain:  running at a low oil level puts more stress on the oil than the designers intended and can seriously reduce the life of both the oil and engine.  

The oil level can be checked by using the dipstick under the bonnet.  Your handbook will show you the location of the dipstick, and advise the best and safest method to check the oil.  Some modern vehicles have an electronic oil level sensor which will indicate when it is time to top the engine up.